บทความ

แจ้งเคลมแล้วยกเลิกได้ไหม เงื่อนไขอะไรที่คนใช้รถควรรู้

ยกเลิกเคลมได้ในบางกรณี โดยจะต้องพิจารณาตามเงื่อนไขและขั้นตอนของบริษัทประกันภัยของแต่ละแห่ง เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันและลดความสับสนที่อาจเกิดขึ้น

กรณีที่สามารถยกเลิกเคลมประกันรถได้

1.ยังไม่มีการซ่อมรถเกิดขึ้น
2.กรณีเคลมผิด แจ้งผิดฝั่ง หรือไม่ใช่เหตุที่ประกันคุ้มครอง
3.ยังไม่ได้ยื่นใบเคลมประกันกับอู่ซ่อมรถยนต์ใกล้ฉันหรือศูนย์บริการ
4.กรณีคู่กรณียอมความภายหลัง ไม่ต้องการเคลมแล้ว
5.แค่ต้องการออกใบเคลมเพื่อเก็บไว้เฉย ๆ (ไม่ใช้ซ่อม)

ขั้นตอนยกเลิกเคลมประกันรถ มีอะไรบ้าง?

1.ติดต่อบริษัทประกัน: โทรติดต่อ Call Center หรือเจ้าหน้าที่ประจำเคลมที่ดูเคสของคุณ
2.แจ้งความประสงค์ “ยกเลิกเคลมประกันรถ”: พร้อมระบุเหตุผล เช่น ยังไม่ได้ซ่อม, เคลมผิด, ต้องการซ่อมเอง เป็นต้น
3.กรอกแบบฟอร์ม/ส่งเอกสาร (หากบริษัทร้องขอ): เช่น แบบฟอร์มยกเลิกเคลม, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ฯลฯ
4.ขอเอกสารยืนยันจากบริษัทประกัน: ว่าได้ดำเนินการยกเลิกเคลมประกันรถเรียบร้อยแล้ว เพื่อใช้ในกรณีที่อู่หรือศูนย์ซ่อมรถมีคำถามภายหลัง

ยกเลิกเคลมประกันรถ มีผลเสียตามมาไหม?

มีผลเสียตามมาแน่นอนสำหรับคนที่แจ้งเคลมประกันแต่ไม่นำรถเข้าซ่อม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม เพราะทางประกันจะถือว่า “เคลมแล้ว” โดยจะประเมินค่าซ่อมรถในการเคลม เพื่อทำการคิดเบี้ยเพิ่มในปีถัดไป สำหรับผลเสียที่อาจตามมามีดังนี้

1. เสียประวัติ
เมื่อมีการแจ้งเคลมประกันเรียบร้อยแล้ว ขอย้ำอีกครั้งว่าบริษัทจะนับว่าเป็นการ “เสียประวัติ” ทำให้เบี้ยปีถัดไปแพงขึ้น และไม่ได้รับส่วนลด แต่เพื่อความชัวร์แนะนำให้สอบถามบริษัทประกันโดยตรง

2. เสียผลประโยชน์
นอกจากอาจจะต้องจ่ายค่าเบี้ยในปีถัดไปแพงขึ้นแล้ว รถยนต์ของคุณยังคงมีร่องรอยความเสียหายเหมือนเดิม เนื่องจากยังไม่ได้รับการซ่อมแซมหรือฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้น (เว้นแต่คุณจะนำไปซ่อมเอง ซึ่งแน่นอนว่าต้องจ่ายค่าซ่อมเอง)

3. ใบเคลมประกันรถยนต์หมดอายุ
ปกติแล้วใบเคลมประกันมีอายุ 1 ปี หากไม่รีบซ่อมตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจทำให้ลืมจนประกันหมดอายุเสียก่อน แต่ถ้าคุณตั้งใจจะเก็บไว้เคลมทีเดียวตอนประกันใกล้หมด อย่าลืมบันทึกแจ้งเตือนไว้ล่วงหน้า

#เกร็ดความรู้ #ประกันรถยนต์ #แจ้งเคลมแล้วยกเลิก #เคลมประกันรถยนต์ #toyotasurat #โตโยต้าสุราษฎร์ธานี